Table of Contents
ตัวช่วยที่คนกีฬาส่วนใหญ่ ต้องการ ตัวช่วยที่ทำให้การเล่นกีฬา ทำได้อย่างมั่นใจ และสนุกขึ้น และยังเป็นตัวช่วยที่ทำให้อาการบาดเจ็บ บรรเทาลงได้ และทั้งหมดที่ว่านี้ คุณสามารถติดเทปให้ตัวคุณเอง และติดเทปให้เพื่อนคุณได้ กับการเรียนรู้วิธีการใช้งานคิเนซิโอเทปอย่างถูกต้อง ได้ง่ายๆ ที่บ้านคุณ กับหลักสูตร Sports Taping @ Home
ปัจจุบัน การเรียนรู้ต่างๆ ผ่านโลกออนไลน์ สามารถทำได้อย่างสะดวกขึ้น โดยมีทั้ง ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและมีข้อมูลที่ ไม่น่าเชื่อถือเช่นกัน ดังนั้น การเรียนการใช้งานคิเนซิโอเทป จากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง ย่อมทำให้ผู้เรียน มั่นใจ และสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง
โดยในหลักสูตร Sports Taping @ Home นี้ ทาง Kinesio Thailand ได้นำข้อมูลบางส่วน เช่น หลักการติดเทป คอนเซปการใช้งานเทปเบื้องต้น และเทคนิคที่ใช้บ่อยๆ ในเคสกีฬา การออกกำลังกาย โดยอ้างอิงจากเนื้อหาบางส่วนจากหลักสูตรของสมาพันธ์คิเนซิโอนานาชาติ เป็นการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ เน้นการสอนที่เข้าใจง่าย ใครๆก็สามารถเรียนได้ เรียนผ่านระบบเฟสบุ้คกลุ่มปิด (ออนไลน์) มีระยะเวลาเรียน 60 วัน เรียนตอนไหน เวลาไหนก็ได้
วัตถุประสงค์ของหลักสูตรคือ
- เรียนรู้ทฤษฏีการติดคิเนซิโอเทป Kinesio Taping Method อย่างถูกต้อง
- เรียนรู้ความแตกต่างของการติดเทปในแต่ละช่วงแรงตึงเทป (tension range)
- เรียนรู้เทคนิคการติดคิเนซิโอเทป ในเทคนิค Space / Muscle / Ligament- Tendon และ Lymphatic
- ตัวอย่างเคสที่พบบ่อยทางการกีฬา และนำเทคนิคการติดคิเนซิโอเทปมาใช้
โดยเนื้อหาจะแบ่งเป็นทั้งหมด 4 Part ดังนี้
PART 1 : ความรู้พื้นฐาน
EP1 : Kinesio Tape คืออะไร ?
EP2 : ความแตกต่างของเทปแต่ละรุ่น (Classic/FP/Performance+)
EP3 : หลักการติดเทป (การเตรียมผิวหนัง/กฎ3ส่วน/การดึงเทปออก)
EP4 : แรงตึงของเทป
PART 2 : เทคนิคที่ใช้บ่อย
EP1 : ลดอาการปวด (Space Technique)
EP2 : ลดอาการตึง – กระตุ้นกล้ามเนื้อ (Overactive-Underactive Technique)
EP3 : ซัพพอร์ตข้อต่อ (Ligament-Tendon Technique)
PART 3 : เคสที่พบบ่อย
EP1 : หัวเข่า (Runner’s knee / Knee Support)
EP2 : หัวไหล่ (Shoulder’s Support)
EP3 : หลังส่วนล่าง (Back Support)
EP4 : ข้อเท้า (Ankle Support)
EP5 : หน้าแข้ง (Shin Splints)
EP6 : ข้อมือ (Wrist Support)
PART 4 : การวิเคราะห์เชิงคลีนิค
โดยในกรณีที่ผู้เรียน เรียนครบทุก Part และ ทำการบ้านส่งครบอย่างถูกต้อง จะได้รับ Certificate จากทาง Kinesio Thailand
คำถาม-คำตอบ
FAQs
1. หลักสูตรออนไลน์ ต่างกับหลักสูตร Kinesio Foundations Course อย่างไร ?
หลักสูตร Foundations Course เป็นหลักสูตรมาตรฐาน ที่ถูกกำหนัดมาจากสมาพันธ์คิเนซิโอนานาชาติ ซึ่ง ผู้เรียนทั่วโลกต้องเรียนเหมือนกัน คือ เรียนเรื่องคอนเซปพื้นฐานของคิเนซิโอเทป การตรวจประเมินร่างกาย และเทคนิคการติดเทปครบทุกเทคนิคอย่างละเอียด โดยใช้ระยะเวลาการเรียน อยู่ที่ 16 ชั่งโมง แต่หลักสูตร Sports Taping@Home (Online) ถูกออกแบบมาให้สามารถเรียนการใช้คิเนซิโอเทปได้อย่างง่ายๆ ที่บ้านคุณ โดย ทาง Kinesio Thailand ได้นำเนื้อหาบางส่วนมาจากหลักสูตร Foundations นำมาสอนในรูปแบบที่เข้าใจง่าย โดยเน้นไปที่เทคนิคที่ใช้บ่อยๆ ในเคสกีฬา และการออกกำลังกาย
2. ไม่ได้มีความรู้เรื่องกายวิภาค สามารถเรียนหลักสูตร ออนไลน์ ได้หรือไม่ ?
ผู้ที่ไม่มีความรู้ด้านกายวิภาค สามารถเรียนได้ ทั้งหลักสูตรออนไลน์ และหลักสูตร Foundations เพราะทางสมาพันธ์คิเนซิโอนานาชาติ ไม่ได้จำกัดการเรียนการสอนในกลุ่มบุคคลไหนเป็นพิเศษ แต่แน่นอนว่า ถ้ามีความรู้ด้านกายวิภาคมาบ้าง ย่อมเรียนได้อย่างเข้าใจมากกว่า
3. ถ้าอยากเรียนให้ครบทั้งออนไลน์ และ Foundations ควรเรียนอันไหนก่อน?
สามารถเลือกเรียนอันไหนก่อน หรือหลังก็ได้ โดยแนะนำให้ดูช่วงเดือนที่อยากเรียนเป็นหลัก เพราะหลักสูตร Foundations ปกติจะจัดเดือน มีนาคมและกรกฎาคม เป็นหลัก ที่กรุงเทพ ในหลายๆกรณี ผู้เรียนก็อยากเรียนปูพื้นฐานก่อน โดยเริ่มเรียนจาก หลักสูตรออนไลน์ และมาเรียนแบบเข้มข้น กับหลักสูตร Foundations อีกครั้ง
4. ในกรณีที่ใช้คิเนซิโอเทป ยี่ห้ออื่นๆ สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับหลักสูตร จากสมาพันธ์คิเนซิโอนานาชาติ ได้หรือไม่ ?
เทคนิคทุกเทคนิค ที่ออกแบบมาจากสมาพันธ์คิเนซิโอนานาชาติ ถูกออกแบบมาให้ใช้กับเทป จากทางสมาพันธ์ เช่นรุ่น Classic , FP และ Performance+ เช่นในเทคนิคลดอาการตึงของกล้ามเนื้อ ถูกออกแบบมาให้ดึงแรงตึงที่ 15-25% tension ดังนั้น เพื่อการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าผู้ติดเทป ควรเลือกใช้เทปจากทางสมาพันธ์เช่นกัน ถ้าใช้เทปยี่ห้ออื่นๆ ต้องลองปรับน้ำหนักมือ เพื่อหาผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพเองอีกที ทั้งนี้ยังไม่รวมกับ อาการแพ้ หรือ การได้รับรองมาตรฐานของตัวเทป



